You are here: Home Beauty Tips Blog "ไม่สบาย" เพราะน้ำในร่างกายไม่สมดุล
"ไม่สบาย" เพราะน้ำในร่างกายไม่สมดุล
อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น บางครั้งไม่ได้มีสาเหตุจากโรคร้ายหรือความไม่สบายอย่างที่เราคิด  เช่น เวลาปวดหัว บางคนตีความว่าเป็นไข้ ไมเกรน เครียด หรือเมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย หลายคนให้เหตุผลว่าทำงานหนักเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ความจริงแล้วอาจเป็นเพราะน้ำในร่างกายไม่สมดุล เลยทำให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆ แปรปรวน



รู้ได้อย่างไรเมื่อน้ำในร่างกายไม่สมดุล

การไม่สมดุลของน้ำเกิดจากการที่ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่ารับเข้า เรียกว่า "ภาวะขาดน้ำ"  แต่ถ้าได้รับน้ำมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการจะเรียกว่า "ภาวะน้ำเกิน"  ซึ่งทั้ง 2 ภาวะนี้จะแสดงอาการต่างๆ ออกมาดังนี้


ภาวะขาดน้ำ

สาเหตุของภาวะนี้ ส่วนมากมักเกิดจากการที่เราดื่มน้ำน้อยเกินไป ไตเลยต้องพยายามเก็บรักษาน้ำในร่างกายเอาไว้ให้นานที่สุด เพื่อช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายเป็นไปอย่างปกติ แต่เมื่อไตรับมือไม่ไหว จึงส่งสัญญาณผ่านทางอาการไม่สบายต่างๆ เช่น ปวดศีรษะ หงุดหงิด ง่วงซึม ไม่มีแรง เบลอ แผลร้อนใน ท้องผูก ผิวหนังแห้งกร้าน ความดันเลือดต่ำ ตากลวงลึกและดำคล้ำ ปากแห้ง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ภาวะเสียดุลน้ำอย่างเดียวไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต เพราะร่างกายบังคับให้เราดื่มน้ำโดยอัตโนมัติผ่านทางความรู้สึกกระหายน้ำ หรือกักเก็บน้ำจากอาหารที่รับประทานเข้าไป แต่หากไม่มีการชดเชยด้วยการดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้นแล้วปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะที่ขาดน้ำต่อไปเรื่อยๆ อาการดังกล่าวข้างต้นจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการใข้ชีวิตประจำวัน


ภาวะน้ำเกิน

ภาวะน้ำเกินนั้นเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีอาการสูญเสียน้ำและเกลือแร่ออกไป หากเราทดแทนแค่น้ำโดยไม่มีการทดแทนเกลือแร่กลับเข้าไปพร้อมๆ กัน ทำให้เกิดความไม่สมดุลของเกลือแร่ในร่างกายขึ้น

การดื่มน้ำเปล่าๆ เข้าไปจะยิ่งทำให้ระบบในร่างกายทำงานขัดข้อง เนื่องจากเวลาที่ดื่มน้ำทดแทนกลับเข้าไปจำนวนมากนั้น ของเหลวนอกเซลล์จะมีความเข้มข้นน้อยกว่าปริมาณความเข้มข้นของของเหลวในเซลล์  น้ำจะไหลเข้าไปในเซลล์ซึ่งมีความเข้มข้นสูงกว่าตามกฎการเคลื่อนที่ของน้ำในร่างกาย  ยิ่งความเข้มข้นต่างกันมากน้ำก็ยิ่งเข้าไปสะสมภายในเซลล์มากขึ้น ทำให้เกิดภาวะเซลล์บวมขึ้น  เซลล์สมองเป็นเซลล์ที่เร็วต่อการถูกกระตุ้นในลักษณะนี้ จึงแสดงอาการออกมาเป็นระบบแรก คือ เวียนศีรษะ สับสน กระสับกระส่าย และง่วงซึม  หากยังไม่หยุดดื่มน้ำ อาการจะรุนแรงถึงขั้นหมดสติ ระบบไหลเวียนเลือดล้มเหลงและตายได้ในที่สุด


อย่างไรก็ตามภาวะน้ำเกินที่มีอันตรายถึงชีวิตหรือที่เรียกอีกชื่อว่า "ภาวะน้ำเป็นพิษ" นั้นมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก เพราะไตสามารถจัดการน้ำที่เราดื่มเข้าไปได้มากถึง 10 - 15 ลิตรต่อวัน โดยจะทำหน้าที่ดูดซึมแร่ธาติที่มีประโยชน์กลับสู่ร่างกายและขับถ่ายส่วนเกินหรือของเสียออกทางปัสสาวะ  ภาวะน้ำเป็นพิษจึงไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว หากมีการชดเชยเกลือแร่ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำเวลาท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อมากๆ   และวิธีสังเกตง่ายๆ ว่าร่างกายได้รับน้ำเพียงพอหรือไม่นั้น ให้ดูที่ปัสสาวะ หากมีสีจางใสและมีปริมาณมากแสดงว่าของเหลวในร่างกายอยู่ในภาวะสมดุลแล้ว









ที่มา: พญ.จิตแข เทพชาตรี แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัย ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยโรงพยาบาลกรุงเทพ
และนิตยสารเฮลท์แชนแนล





***ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย (Body Care)***

ผลิตภัณฑ์โลชั่นปรับผิวขาวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์







 



www.Stats.in.th