You are here: Home Beauty Tips Blog เสริมจมูกปลายหยดน้ำ เทรนใหม่แบบสาวเกาหลี
เสริมจมูกปลายหยดน้ำ เทรนใหม่แบบสาวเกาหลี

ช่วงนี้ไม่เขียนถึงเรื่องนี้คงไม่ได้แล้วค่ะ กับเรื่องสารเติมเต็ม ที่จริงมันไม่่ใช่เรื่องใหม่อะไร แต่ที่หยิบขึ้นมาเขียนถึงก็เพราะ เพิ่งมีข่าวคราวใหม่ๆ ของเรื่องนี้มาให้อัพเดท...

เดี๋ยวนี้หนุ่มสาวสมัยใหม่ดูดีดูหนุ่มสาวกว่าอายุจริงมากทีเดียว ความลับอยู่ที่ การฉีดสารเต็มเติมนั่นเองค่ะ ในประเทศไทยมีการฉีดสารเติมเต็ม (filler agents) เข้าผิวหนังมานานแล้ว ไม่ว่าจะเพื่อการแก้ไขความบกพร่องของผิวหน้า เช่น ปรับรูปหน้า เสริมจมูก เสริมคาง เสริมร่องแก้ม เติมรอยหลุม หรือแม้กระทั่งริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้า

โดยสารเติมเต็มที่เป็นที่นิยมฉีดและมีความปลอดภัยได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาเมืองไทยแล้ว นั่นคือ Hyaluronic acid หรือ HA จัดเป็น filler ชนิดหนึ่งที่สกัดจากธรรมชาติ ประกอบไปด้วยสายของน้ำตาลซูโครส ซึ่งมีอยู่แล้วในองค์ประกอบของเซลล์ในร่างกายเรา และมาประกอบเป็นร่างแหโดยวิธีการทางเคมี จึงไม่ใช่สารแปลกปลอมที่จะเป็นอันตราย มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำได้มากกว่าน้ำหนักโมเลกุลของมันถึงพันเท่า และมีลักษณะเป็นเนื้อเจลจึงมีความยืดหยุ่นสูง

 

การฉีัดสารเติมเต็ม จะช่วยแก้ปัญหาของร่องลึก เช่น ร่องข้างแก้ม ริ้วรอยลึกบริเวณหน้าผาก หรือการฉีดแก้มให้อิ่ม การฉีดปากให้ได้รูป แก้มตอบ คางสั้น รวมทั้งการฉีดจมูกให้โด่งและได้รูปสวยงามได้ หลังจากฉีดจะอยู่ได้ประมาณ 4 - 6 เดือน หรือบางประเภทจะอยู่ได้นานกว่า คือ 10 - 12 เดือน หลังจากนั้นจะค่อยๆ สลายเองอย่างช้าๆ จะไม่มีสิ่งแปลกปลอมหรือสารตกค้างอยู่ในร่างกายให้กังวล และสามารถที่จะฉีดอีกครั้งได้ตามความพึงพอใจ มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูง


เทรนเสริมความงามล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับเจ้าฟิลเลอร์ที่จะกล่าวถึงในวันนี้ คือ การนำมาฉีดเติมบริเวณปลายจมูกแบบหยดน้ำ  ซึ่งถ้าพูดถึงการเสริมจมูกที่นิยมมากที่สุด ก็ต้องการผ่าตัดเสริมจมูกด้วยแท่งซิลิโคน แต่เทรนล่าสุดนอกจากจมูกโด่งสวยแล้ว ปลายจมูกเป็นทรงหยดน้ำตามแบบสาวเกาหลีก็เป็นที่นิยมมากเสียเหลือเกิน  โดยพบว่าสาวๆ หนุ่มๆ ที่เคยผ่านการเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแท่งมาแล้ว ก็นิยมมาฉีดปลายจมูกเพิ่มให้ปลายจมูกเป็นปลายหยดน้ำ (หยดน้ำ คือ ปุ่มเล็กๆ ตรงปลายจมูก มีลักษณะย้อยลงมาเหมือนกับหยดน้ำ) หรือเพื่อแก้ปัญหาจมูกงุ้มและรูจมูกกว้างได้ด้วย ว่ากันว่าเพื่อให้รูปจมูกสวยดูเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น  แต่มีข้อควรระวังคือ ภายหลังจากการฉีด Filler เข้าไป อาจจะมีอาการบวมหรือแดงได้  รวมทั้งในบางท่านอาจจะมีการช้ำจากรอยเข็มได้  ซึ่งทายาหรือทานยาก็จะหายได้เองภายใน 4 - 7 วันค่ะ ด้วยเหตุนี้เองจึงควรฉีดกับแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อให้ผลออกมาดีและสวยจนเป็นที่พอใจ

 

ปัจจุบันเมื่อมีการฉีดฟิลเลอร์กันมาขึ้น ก็มีการนำสารแปลกปลอมมาฉีด เช่นที่ผ่านมามีข่าวมากมายถึงการที่องค์การอาหารและยาของไทยเราได้กวาดจับยาฉีดที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ซึ่งถือเป็นยาเถื่อนผิดกฎหมาย เสี่ยงที่จะเป็นยาปลอม เนื่องจากไม่มีผู้รับรองและตรวจสอบว่ายาที่มีการแอบอ้างและบรรจุอยู่ในกล่องของยี่ห้อนั้นเป็นยาจริงหรือไม่ ไม่ทราบแหล่งผลิต สถานที่ผลิตได้มาตรฐานหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการติดเชื้อ เกิดการอักเสบและอาจถึงขั้นช็อคได้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวอยู่ไม่น้อยเลยนะคะ

 

ดังนั้นสิ่งที่ควรคำนึงในการฉีด Filler มากที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่ควรคำนึงถึงความปลอดภัยและการเลือกแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับแรก อยากสวยและไม่เสี่ยง ก็ต้องฉลาดที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราเองนะคะ

 

 

 

ที่มา: นิตยสารเฮลท์แชนแนล

 

 

 

 

***ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกาย (Body Care)***

ผลิตภัณฑ์โลชั่นปรับผิวขาวกระจ่างใสใน 2 สัปดาห์







 



www.Stats.in.th