You are here: Home Beauty Tips Blog สารพันเลเซอร์ รักษาผิวแตกลาย
สารพันเลเซอร์ รักษาผิวแตกลาย
ถ้าหากคุณเคยเป็นสาวตุ้ยนุ้ย อวบอ้วน ร่างท้วมมาก่อนหรือเคยตั้งครรภ์และผ่านประสบการณ์การเป็นคุณแม่มาแล้ว แน่นอนว่าต้องกำลังเผชิญกับปัญหาที่สร้างความกังวลใจในการอวดผิวสวยๆ ของคุณให้ใครเห็นอย่างแน่นอน ก็เพราะเจ้าผิวแตกลาย ตัวการสร้างความไม่มั่นใจ ที่ทำให้คุณอดโชว์ผิวสวย อดใส่เสื้อเอวลอยหรือกางเกงขาสั้นไปอวดใครต่อใคร เพราะผิวแตกลายยังคงทิ้งร่อยรอยเอาไว้ให้เห็น ทั้งหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา หรือแม้แต่สะโพก ที่ยังตามหลอกหลอนคุณไม่หาย แต่วันนี้ไม่ต้องกังวลใจอีกต่อไป เพราะราได้รวบรวมสุดยอดเลเซอร์ในการรักษาผิวแตกลาย ที่จะทำให้คุณกลับมาเผยผิวสวยได้อีกครั้ง โดยการแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่าง พญ.อุณา พวงมณี จาก Bangkok Laser Surgery เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ที่กำลังมองหาช่องทางการรักษาผิวแตกลายได้พิจารณาและตัดสินใจเลือกเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป

สาเหตุของการเกิดผิวแตกลาย
ผิวแตกลายเกิดจากการยืดขยายอย่างต่อเนื่องของผิวหนังและเนื้อเยื่อในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง ทั้งชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งโดยปกติแล้วผิวหนังของคนเราสามารถปรับตัวและยืดขยายได้ตามการเจริญเติบโตของร่างกาย แต่ในกรณีที่มีการยืดขยายของผิวหนังอย่างรวดเร็ว ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผิวแตกลายขึ้นได้  ซึ่งพบได้บ่อยที่สุดในคนตั้งครรภ์ มักเป็นบริเวณท้องหรือหน้าอก และยังพบในคนที่อ้วนอย่างรวดเร็ว หรือในวัยรุ่นที่กำลังเจริญเติบโต

โดยผิวแตกลายจะพบได้ที่ต้นแขน ต้นขา หลัง ท้อง หรือสะโพก รวมถึงยังเกิดในคนที่รับประทานยาสเตรียรอยด์หรือทาครีมที่มีสเตรียรอยด์เข้มข้นสูงนานเกินไป ก็ทำให้เกิดผิวแตกลายได้เช่นกัน  ซึ่งระยะทั่วไปของผิวแตกลายจะมีสองระยะคือ ระยะแรกผิวจะแตกลายและเกิดรอยแดงขึ้น เนื่องจากมีการซ่อมแซมของผิว และมีเส้นเลือดฝอยเข้ามาเลี้ยงผิวบริเวณนั้นค่อนข้างมาก พอผ่านไปอีกระยะหนึ่งสีก็จะจางลง และกลายเป็นสีขาว

แนวทางการรักษาผิวแตกลาย
ในการรักษาผิวแตกลายนั้น สามารถรักษาได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้
1. การใช้ครีมทารักษาผิวแตกลาย เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุด และเป็นวิธีพื้นฐานของการรักษา ซึ่งเหมาะกับผิวที่เริ่มมีปัญหาแตกลายใหม่ๆ และ ยังมีร่องไม่ลึกมากนัก

2. การรักษาด้วยทรีตเม้นท์ต่างๆ เช่น การกรอผิวด้วยเกร็ดอัญมณีหรือผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้ก็จะช่วยทำให้ผิวดูเรียบขึ้นโดยการกำจัดเซลล์ชั้นบนออกไป

3. การรักษาด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carboxytherapy คือ การฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในบริเวณที่ต้องการรักษาเพื่อเิพิ่มการไหลเวียนของเลือดและออกซิเจน ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นวิธีที่เจ็บมากหากไม่รักษาร่วมกับการใช้ยาชา โดยวิธีนี้ให้ผลการรักษา 30 - 60%

4. เลเซอร์แบบต่างๆ เช่น เลเซอร์ทำลายรอยแดง แสงความเข้มข้นสูง (FPL, IPL) กระตุ้น collagen และปรับสีรอยแตกลายให้ใกล้เคียงกับผิวปกติ และเลเซอร์สร้างผิวใหม่ (Fractional Resurfacing) คล้ายการรักษาหลุมสิว ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยก่อน แต่ในปัจจุบันมีเลเซอร์ที่เป็นทางเลือกในการรักษาผิวแตกลายใหม่ๆ อีกมากมาย
เลเซอร์รักษาผิวแตกลาย

ปัจจุบันมีเลเซอร์หลายแบบ
ที่ใช้รักษาผิวแตกลาย ซึ่งเลเซอร์ต่างๆ นั้นมีดังนี้

Polaris Laser เป็นเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนัง
ข้อดี ของ Poraris ที่ดีกว่าเลเซอร์ชนิดอื่นๆ คือ มีความลึกของการยิงเลเซอร์ถึง 400 ไมครอน ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมในการรักษา อีกอย่างหนึ่งคือยังกระชับผิวชั้นลึกและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ และบิดเกลียวคอลลาเจนเดิม เพราะฉะนั้นความกว้างของรอยแตกลายก็จะค่อยๆ เล็กลง หลังการรักษาติดต่อกัน 4 - 5 ครั้ง

Cool Touch Laser เป็นเลเซอร์ที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนอีกชนิดหนึ่งที่ลงได้ลึกมาก และสามารถทำให้ผิวชั้นบนที่บอบบางเต็มขึ้นได้  ซึ่งเป็นอีกตัวหนึ่งที่ได้ผลดีมากในการรักษา
ผิวแตกลาย
ข้อดี เป็น Nd : YAG Laser ที่มีความยาวคลื่น 1320 nm. ช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิวให้กระชับ ทำงานโดยการส่งผ่านความร้อนลงไปที่ผิวชั้นกลาง โดยผิวชั้นบนได้รับความร้อนเพียงเล็กน้อยและไม่ทำงานกับเม็ดสีจึงไม่ทำลายผิวชั้นบน น้ำในเซลล์จะเป็นตัวรับความร้อนจากเลเซอร์ ความร้อนที่สูงขึ้นในผิวชั้นกลางจะทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากกว่าคอลลาเจนเดิม ทำให้โครงสร้างผิวแข็งแรง แรงตึงผิวมากขึ้น รอยแตกลายลดลง จำนวนคอลลาเจนที่หนาแน่นขึ้นจะดันให้รอยหลุมตื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ผิวจึงกระชับขึ้นและไม่ต้องพักฟื้น หลังทำเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ ผิวไม่ไวต่อแสง ไม่ต้องเลี่ยงแดด แต่หลังทำเสร็จใหม่ๆ บางคนจะมีรอยแดงเป็นจุดบริเวณที่ยิง แต่จะหายไปภายใน 20 นาทีถึง 2 ชั่วโมง  ควรทำต่อเนื่องประมาณ 5 - 7 ครั้ง และควรทำตั้งแต่ผิวเิริ่มแตกลายใหม่ๆ ถ้าปล่อยไว้นานจนเริ่มแตกเป็นสีขาวแล้ว ผลการรักษาจะมีการตอบสนองน้อย
V-Beam Laser เป็น pulsed dye laser ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อหรือผิวบริเวณที่ทำการรักษา ซึ่งเน้นการรักษาผิวที่เกิดรอยแดง และกระตุ้น cytokines คือเอนไซม์จากเซลล์ที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน
ข้อดี V-Beam ถือเป็นทางเลือกของผู้ที่ต้องการรักษารอยแดงจากผิวแตกลาย เพราะถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดโดยเฉพาะ แต่ก็ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนังด้วยเช่นกัน แต่น้อยกว่าสองชนิดแรกที่มีคุณสมบัติกระตุ้นคอลลาเจนโดยตรง การรักษาควรเริ่มตั้งแต่รอยแตกและรอยแผลยังเป็นสีชมพู V-Beam จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ใต้ผิวหนัง เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่เสื่อมสภาพไปในขณะที่ผิวถูกยืดขยายออกมามากผิดปกติ ควรทำการรักษาร่วมกับวิธีอื่นด้วยเพื่อให้ได้ผลเร็วขึ้น รอยแผลจะดีขึ้นหลังทำการรักษาครั้งแรกประมาณ 7 - 8 สัปดาห์ การรักษาด้วย V-Beam ไม่ได้ทำให้แผลหาย 100% แต่ช่วยให้แผลดูดีขึ้นจากเดิม ควรทำการรักษาต่อเนื่อง 5 - 8 ครั้ง

Cynergy Laser เป็นเลเซอร์ตัวใหม่ ที่มีเลเซอร์ 2 ชนิดในเครื่องเดียวกัน คือ pulse-dye laser และ long-pulse Nd: YAG ซึ่งมีความยาวคลื่นตื้นกว่าชนิดอื่นๆ จึงช่วยในเรื่องเส้นเลือดที่อยู่ในผิวหนังชั้นบน สามารถยิงสลับกันได้ ทำให้ได้ผลดีกับผิวหนังชั้นบน

ข้อดี เป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่น 2 ระดับ ในเครื่องเดียวกัน คือ 585 สำหรับรักษาเส้นเลือดฝอยแดง และ 1,064 สำหรับรักษาเส้นเลือดฝอยดำ ข้อดีคือจะสามารถใช้พลังงานทั้ง 2 ช่วงความยาวคลื่น ยิงในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ในช่วงเวลาสั้นๆ เพื่อให้การรักษาได้ผลดีขึ้น ซึ่งสามารถปรับใช้ไปตามขนาดของเส้นเลือดในบริเวณที่ต่างกันได้ ไม่ต้องใช้พลังงานสูงเหมือนกัน เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ
Laser Roller เป็นการรวบสองเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน คือ การยิ่งเลเซอร์ก่อนแล้วตามด้วยโรลเลอร์ หลักการคือยิงเลเซอร์ลงไปเพื่อเตรียมการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว แล้วใช้โรลเลอร์ตามเพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนตามบริเวณรูปเล็กๆ ที่เกิดขึ้น ผิวก็จะกระชับขึ้น รอยแตกลายที่ลึกก็จะตื้นขึ้น
ข้อดี ในขั้นตอนการยิงเลเซอร์จะสามารถลงลึกได้ถึงผิวหนังชั้นกลาง ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคอลลาเจนอยู่ ความร้อนที่เกิดขึ้นจะช่วยฟื้นฟูอีลาสติน (elastin) ในผิวทำให้ผิวตึงและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ความร้อนนี้มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้เพิ่มมากกว่าเดิม ทำให้รอยลึกตื้นขึ้นและจางลงได้ ส่วนโรลเลอร์ หรือ Microsubcision เป็นการใช้ลูกกลิ้งเข็มขนาดเล็กมาก กลิ้งบนผิวชั้นบนเพื่อตัดเจาะผิวชั้นบน ทำให้เกิดรูเล็กๆ บนผิวชั้นบนจำนวนมาก วิธีนี้จะกระตุ้นในร่างกายสร้างเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ทั่วบริเวณผิวที่ถูกเจาะไว้ด้วย Microsubcision นอกจากจะได้เซลล์ผิวใหม่แล้ว ในกระบวนการสร้างผิวนี้ ร่างกายยังสร้าง collagen fiber ขึ้นด้วยเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของโครงสร้างผิว ทำให้มีสารอาหารมาเลี้ยงผิวบริเวณนี้มากขึ้นด้วย ควรทำการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 5 - 8 ครั้ง เมื่อสิ้นสุดการรักษาจะเห็นได้ว่าผิวแตกลายดีขึ้นประมาณ 60%


Fine Scan Laser ถือเป็นเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมมากอีกชนิดหนึ่ง เรียกได้ว่าเป็น Fraxel ที่ทำขึ้นในเมืองไทย เป็นเครื่องเลเซอร์ในกลุ่ม Scanner Fractional Laser ให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาแผลเป็นหลุมและรอยแตกลาย พร้อมทั้งช่วยในการฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือดริ้วรอยและกระชับรูขุมขน เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำการรักษา และไม่มีแผลหลังการรักษา
ข้อดี Fine Scan ทำให้รอยแตกลายดีขึ้นมาก ถ้าทำการรักษาตั้งแต่ระยะแรกที่รอยแตกลายยังเป็นสีชมพู โดยจะทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ในบริเวณรอยแตกลาย พร้อมกับสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนที่เสื่อมสภาพ ผิวบริเวณนั้นจึงมีความยืดหยุ่นกลับคืนมา ผิวจึงกระชับขึ้น รอยแตกลายจึงมีขนาดเล็กลง และเซลล์ผิวที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ซึ่งเป็นเซลล์ผิวคุณภาพดียังช่วยทำให้ความเงาของรอยแตกลายลดลงตามไปด้วย

Matrix IR เป็นเลเซอร์ในกลุ่มของเลเซอร์กระตุ้นคอลลาเจน เป็น Fractional แบบ non-invasive คือไม่มีการเจาะรู จะเกิดจุดความร้อยใต้ผิวจุดเล็กๆ และน้อยมาก

ข้อดี ช่วยในเรื่องของความเรียบของผิวได้จริง ไม่เจ็บมาก และถ้ารักษาร่วมกับเลเซอร์ชนิดอื่นๆ จะได้ผลดีมากขึ้นด้วย
จำนวนครั้งในการรักษา

การรักษาในระดับเบื้องต้น ควรทำการรักษาประมาณ 3 - 5 ครั้ง จึงจะเริ่มเห็นผล

ค่าใช้จ่ายในการรักษา

อยู่ในหลักพันถึงหลักหมื่น ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยผิวแตกลาย และชนิดของเลเซอร์


ที่มา: พญ.อุณา พวงมณี แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ Bangkok Laser Surgery
นิตยสารคอสเมติกบิวตี้แอนด์แอนไทเอจจิ้ง

 

 



www.Stats.in.th