You are here: Home Beauty Tips Blog รู้จัก "ไฮยาลูรอนิค" พลิกผิวแห้งให้ชุ่มชื้น
รู้จัก "ไฮยาลูรอนิค" พลิกผิวแห้งให้ชุ่มชื้น

คนส่วนใหญ่ เวลาที่นึกถึงสาเหตุของริ้วรอย ความหย่อนยาน ผิวหมองคล้ำ หรือผิวที่ขาดความชุ่มชื้นก็มักจะนึกคิดไปว่าเป็นเพราะผิวขาดคอลลาเจนและอิลาสติน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ เพราะที่แท้จริงแล้ว ปัญหาริ้วรอยความหย่อนคล้อย ผิวหมองคล้ำนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผิวขาดกรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA) นั่นเอง

วันนี้คุณหมอนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ จะพาไปเรียนรู้เรื่องผิวแบบง่ายๆ กัน เริ่มจากในผิวหนังของคนเรานั้นประกอบไปด้วย กรดไฮยาลูรอนิคถึง 80% ส่วนคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นส่วนประกอบในผิวหนังของคนเราเพียงไม่ถึง 20% เ่ท่านั้น  และทราบอีกไหมว่าสิ่งที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความเปล่งปลั่ง สดใส ชุ่มชื้น มีชีวิตชีวาให้กับผิวก็อยู่ที่พระเอกตัวสำคัญอย่างกรดไฮยาลูรอนิคนี่เอง

 

กรดไฮยาลูรอนิค (Hyaluronic Acid หรือ HA) เป็นสารแขวนลอยที่ทำหน้าที่คอยยึดจับโปรตีนคอลลาเจนเข้าไว้ด้วยกัน ถ้าหากมีกรดไฮยาลูรอนิคสมบูรณ์ มันจะช่วยให้ผิวหนังสามารถเก็บกักความชุ่มชื้นได้มากกว่า ทำให้ผิวหนังดูแน่น เนียน เปรียบเหมือนกับวุ้น ที่ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแขวนลอยอยู่บนตัวมัน คอยพยุง อุ้มคอลลาเจนและอีลาสตินไว้ เจ้าวุ้นเหล่านี้จะกระจายตัวอยู่ทั่วไปหมดบนผิวหนังของเรา  ถ้าวุ้นเหล่านี้แข็งแรงดี ใส ยืดหยุ่นดี อมน้ำได้ดี ก็จะพยุงคอลลาเจนได้ดี สะท้อนสีของคอลลาเจนได้ดี ผิวก็จะดูแน่น เรียบเนียน ชุ่มชื้น เปล่งประกาย    ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากไฮยาลูรอนิคในผิวเสื่อมสภาพ ก็จะไม่สามารถอุ้มน้ำได้ จะแข็งไม่ยืดหยุ่น คอลลาเจนและอีลาสตินก็จะแข็ง ไม่ยืดหยุ่นตามไปด้วย ผลที่แสดงออกมาก็คือ ผิวไม่เรียบเนียนและมีริ้วรอยหยาบกร้าน

 

และสาเหตุสำคัญที่ทำให้ไฮยาลูรอนิคในผิวลดน้อยลง คืออายุที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 30 - 40 ปี ขึ้นไป ผลก็คือผิวจะสูญเสียความชุ่มชื่น ผิวแห้งขึ้น และขาดความยืดหยุ่น สิ่งที่จะตามมาก็คือ ริ้วรอยที่จะเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ยิ่งส่งเสริมให้ไฮยาลูรอนิคในผิวยิ่งลดน้อยลง อย่างเช่น การสูบบุหรี่ พักผ่อนไม่เพียงพอ ตากแดดเป็นประจำ หรือแม้กระทั่งคนที่ผ่านการทำเลเซอร์บ่อยๆ เหล่านี้เป็นตัวเร่งให้ไฮยาลูรอนคิดเสื่อมก่อนเวลาที่ควรจะเป็น

 

เมื่อเราทราบสาเหตุเช่นนี้แล้ว การแก้ไขก็ทำได้โดยการเติมสารไฮยาลูรอนิคให้กับผิวโดยตรง หรืออีกวิธีหนึ่งซึ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ เราเรียกว่า Nano Prime เป็นเทคโนโลยี Fractional RF Needle โดยส่งพลังงาน RF หรือคลื่นวิทยุความถี่สูงลงไปกระตุ้นองค์ประกอบสำคัญของผิวทั้ง 3 ในคราวเดียวกัน และที่สำคัญซึ่งเป็นจุดเด่นของเครื่องมือชิ้นนี้ก็คือ มันจะส่งพลังงานเป็นระยะๆ ในอุณหภูมิคงที่ ด้วยเข็มนาโนที่ออกแแบบพิเศษ ทำให้พลังงานลงสู่คอลลาเจนและอีลาสตินที่เราต้องการฟื้นฟูโดยตรง  โดยไม่เกิดการสูญเสียพลังงานไประหว่างชั้นผิว และไม่ทำลายเซลล์ผิวส่วนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงไฮยาลูรอนิค ที่คอลลาเจนและอีลาสตินที่แขวนลอยอยู่ ทำให้เกิดการฟื้นฟู คอลลาเจน เส้นใยอิลาสตินและไฮยาลูรอนิคไปพร้อมๆ กัน

 

วิธีการก็ไม่ยุ่งยาก จะใช้การแปะยาชาไว้บนผิวหน้าก่อน 45 นาทีเพื่อให้ขณะทำคนไข้รู้สึกสบายผิวที่สุด โดยปกติทำแล้วจะมีรอยแดงๆ นิดหน่อย หลังจากที่ทำแล้วต้องเลี่ยงแสงแดด 1 - 2 วัน และสามารถทำได้เดือนละครั้ง เหมาะกับทุกสภาพผิว หลังทำผิวจะอิ่มๆ ฟูๆ ไม่แห้งไม่ลอก เหมือนกับการทำเลเซอร์ เพราะเมื่อคอลลาเจนฟื้นฟู ริ้วรอยก็ลดน้อยลง ผิวมีความตึงกระชับมากขึ้น และอีลาสตินที่ดีขึ้นก็ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นเหมือนผิวเด็กหรือที่เรียกว่าผิวเด้ง และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ไฮยาลูรอนิคที่คอยพยุงคอลลาเจนและอีลาสติน ให้โดดเด่นเห็นชัดเจนบนผิวภายนอก ผิวก็กลับมาแน่นเรียบเนียน อิ่มเอิบ มีน้ำมีนวล เปล่งประกายขึ้นด้วยตัวเองแล้วค่ะ

 

 

 

 

 

ที่มา: พญ.นันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ผู้เชี่ยวชาญด้านเลเซอร์ผิวหนังและศัลยศาสตร์ผิวพรรณจากสหัฐอเมริกา และนิตยสารเฮลทเเชลเเนล

 

 

 

 



www.Stats.in.th