| นวัตกรรมการรักษาขนคุดด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วย "Diode Soprano XL" |
|
ในยุคดิจิตอลอันทันสมัย เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทต่อชีวิตประจำวันของคนเราอย่างปฏิเสธมิได้ สำหรับใครที่เป็นกังวลใจเกี่ยวกับเจ้าตุ่มเม็ดนูนๆ คล้ายหนังไก่บริเวณต้นแขนต้นขา หรือสะโพก ที่เรียกกันในทางการแพทย์ผิวหนังว่า "โรคขนคุด" (Keratosis pilaris) นั้น ในขณะนี้ได้มีวิธีรักษาและแก้ไขเจ้าตุ่มเม็ดนูนคล้ายสิวเหล่านี้แล้ว ด้วยนวัตกรรมการรักษาจากเครื่องเลเซอร์ "Diode Soprano XL" อันมีส่วนช่วยให้ขนคุดอันไม่พึงประสงค์นั้นหมดไป ส่งผลให้ผิวพรรณเรียบเนียน เปล่งประกายและมีสุขภาพที่ดี
ลักษณะโรคขนคุด (Keratosis pilaris) ขนคุดเป็นภาวะทางผิวหนังที่พบได้บ่อย และพบได้ในทุกช่วงอายุ ลักษณะเป็นตุ่มนูนและแข็งบริเวณรอบๆ รูขุมขน เวลาคลำสัมผัสจะรู้สึกคล้ายเวลาขนลุกหรือหนังไก่ เนื่องจากผิวชั้นหนัง keratin หนาตัวขึ้นรอบรูขุมขน ในทางการแพทย์ไม่ได้เป็นภาวะอันตราย แต่ในแง่ความงามย่อมก่อเกิดความไม่พึงพอใจ บางครั้งเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นสิว ตำแหน่งที่พบบ่อยคือ บริเวณต้นแขน ต้นขา และสะโพก ในช่วงวัยรุ่นมีโอกาสพบได้ประมาณ 50 - 80% ในวัยผู้ใหญ่พบได้ประมาณ 40% และมักจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด แต่พันธุกรรมเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ขนคุดยังพบบ่อยร่วมกับโรคผิวหนังบางชนิด เช่น โรคภูมิแพ้ทางผิวหนังชนิด atopic dermatitis โรคผิวหนังที่ลักษณะคล้ายเกล็ดปลา (icthyosis vulgaris) เป็นต้น
นวัตกรรมการรักษาโรคขนคุดด้วยเครื่องเลเซอร์ Diode Soprano XL เป็นเครื่องเลเซอร์ที่สามารถกำจัดขนและรักษาโีรคขนคุดที่มีประสิทธิภาพสูง ความยาวคลื่นแสง 810 nm. ได้รับความนิยมในการรักษาภาวะขนคุด โดยเครื่องจะปล่อยแสงที่มีความยาวคลื่นไปจับกับเม็ดสีบริเวณรากขน ความร้อนจากแสงเลเซอร์จะไปทำลายต่อมขน ทำให้ขนเจริญเติบโตได้ช้าลง ผู้ป่วยจะไม่มีผลข้างเคียงในการรักษาแต่อย่างใด รวมทั้งยังไม่รู้สึกเจ็บอีกด้วย เครื่อง Soprano XL แบ่งได้ 2 ประเภท คือ 1. Pusle type และ 2. Paint type แบบแรกหน้าตัวหัวยิงจะเป็นสี่เหลี่ยมใช้แผ่ความร้อนไปยังจุดที่จะกำจัด ส่วนแบบที่ 2 นั้น มีลักษณะเป็นหัวมนคล้ายโรออน ใช้วนในบริเวณที่จะกำจัดขน และทำให้รากขนอ่อนแอและหลุดไปในที่สุด
ขั้นตอนการรักษา แพทย์จะทาเจลลงบนบริเวณที่จะกำจัดขนคุด และใช้เครื่องมือยิงเลเซอร์ลงไปในบริเวณนั้น หลังยิงเลเซอร์จะไม่พบการอักเสบและไม่เกิดรอยไหม้ดำ ผู้ป่วยควรมาทำการรักษาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการรักษาจะทำหลายครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้น คอร์สหนึ่งจะทำการรักษาประมาณ 5 - 8 ครั้งจึงสามารถกำจัดขนและชะลอการเติบโตของขนได้อย่างเห็นผลและภาวะขนคุดก็จะดีขึ้นเป็นผลพลอยได้
ข้อจำกัดของการรักษา แพทย์ต้องทำความเข้าใจกับคนไข้ว่าขนคุดไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เนื่องด้วยหลายๆ ปัจจัย ที่สำคัญที่สุดคือ พันธุกรรม รวมทั้งหากเกิดบาดแผลในบริเวณที่จะยิงเลเซอร์ และแพทย์จะไม่ทำการรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ให้กับสตรีมีครรภ์หรือเด็กเล็ก ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของตัวคนไข้เอง
ผลพลอยได้ เมื่อเข้าทำการรักษาโดยการยิงเลเซอร์ เราจะสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนว่าเกิดความเรียบเนียนของผิวพรรณมากยิ่งขึ้น มีความขาวนวลสวยงาม ทำให้ผิวแลดูสดใสอ่อนกว่าวัย รวมทั้งยังส่งผลให้เกิดความกระชับของรูขุมขนมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ส่วนผลข้างเคียงนั้น สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย อาจจะมีการระคายเคืองบ้างเล็กน้อย แต่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
การดูแลรักษาหลังทำการรักษา หลังจากเข้ารัีบทำการกำจัดขนและการรักษาขนคุดด้วยการยิงเลเซอร์ไปแล้ว 1 ครั้ง ผู้ป่วยไม่ควรถอนขนเอง เพราะจะทำให้รากขนนั้นหลุดไป หมั่นใช้ครีมหรือเซรั่มบำรุงผิวทำให้เกิดความชุ่มชื้นและนุ่มนวล ถนอมผิวพรรณ ข้อควรระวังอีกประการของการถอนขนเองนั้นอาจจะทำให้การรักษาล่าช้า ต้องใช้เวลามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย
ที่มา: cosmetic beauty & anti-aging
|