You are here: Home Beauty Tips Blog ดื่ม "ชาเขียว" ดีหรือหลอก
ดื่ม "ชาเขียว" ดีหรือหลอก

"ชาเขียว" เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เป็นรองก็เพียงแต่น้ำ เนื่องจากมีกลิ่นและรสอันหอมชื่นใจ  รวมเข้ากับคุณประโยชน์นานับประการที่มีต่อร่างกาย ใครก็อดใจไม่ดื่มไม่ได้...

 

ชาเขียวเริ่มปรากฎให้เห็นเป็นครั้งแรกในบันทึกทางประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นเมื่อต้นศตวรรษที่เก้า แรกเริ่มชาถูกจัดให้เป็นเครื่องดื่มทางศาสนา มีดื่มกันเฉพาะในหมู่พระสงฆ์ ต่อมาได้แผ่วงกว้างมายังชนชั้นจักรพรรดิและขุนนางศักดินา ในสมัยนั้นการดื่มชาเขียวจะใช้วิธีบดจนละเอียดแล้วนำมาต้ม จนกระทั่งศตวรรษที่สิบแปด เทคนิคใหม่ที่เรียกว่า เซ็นชะ ก็ได้ถูกคิดค้นขึ้น คือการใช้ใบชาที่ผ่านการนึ่งมาก่อนแล้วจึงปล่อยให้แห้ง  ซึ่งเทคนิคใหม่นี้ทำให้ชาเขียวมีรสชาติดีขึ้นมาก ส่งผลใช้ชาเขียวได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ


ปัจจุบันกระแสตื่นชาเขียวเกิดขึ้นทั่วโลก โดยเฉพาะเมืองไทย  มีตั้งแต่นมวัวรสชาเขียว ขนมขบเคี้ยวรสชาเขียว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาเขียว ไปจนถึงผ้าอนามัยกลิ่นชาเขียว และ ฯลฯ ดูเหมือนว่าเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์ แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบข้อเท็จจริงว่าชาเขียวนั้นมีประโยชน์อย่างไร ส่วนประกอบใดที่เป็นส่วนสำคัญ

 

ชาถูกสกัดออกมาจากใบของต้นชา ซึ่งมีชื่อเรียกเป็นภาษาวิชาการเท่ๆ ว่า Camellia Sinensis สารที่เป็นพระเอกหลักของชาเขียวคือ สารในกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenol) ซึ่งมีหลายตัว แต่ตัวที่มีความเข้มข้นสูงสุด และเป็นมีการศึกษากันอย่างกว้างขวางที่สุดคือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG) ประโยชน์ของสารสกัดจากชาเขียวชนิดนี้มีทั้งที่กำลังอยู่ระหว่างการวิจัยและเป็นที่ยอมรับแล้ว ดังนี้

  • ต้านการอักเสบ
  • ต้านอนุมูลอิสระ
  • ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
  • ต้านมะเร็งหลายประเภท เช่น เต้านม ตับอ่อน หลอดอาหาร ปอด กระเพาะอาหาร สำไส้ใหญ่ ต่อมลูกหมาก กระเพาะปัสสาวะ และที่ขาดไม่ได้ มะเร็งผิวหนัง
  • เพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย
  • ลดไขมันในเส้นเลือด (Cholesteroll) และเพิ่มไขมันตัวที่มีประโยชน์ตอร่างกาย (HDL)
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
  • ป้องกันการทำลายตับจากสารพิษ เช่น แอลกอฮอล์
  • เป็นยาปฏิชีวนะ
  • ลดการเกิดของหินปูน
  • ยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อ (เชื้อไวรัสเอดส์) ในหลอดทดลอง


ทั้งที่ชาทุกชนิดถูกสกัดมาจากพืชชนิดเดียวกัน แต่ชาเขียวกลับมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าชาชนิดอื่นๆ เนื่องจากชาเขียวถูกนำไปนึ่งที่ความร้อนสูงดังที่กล่าวไปตอนต้น ทำให้เอนไซม์บางตัว (ซึ่งปกติแล้วจะไปทำลายสารโพลีฟีนอล) เสื่อมสภาพไป สารโพลีฟีนอลที่มีประโยชน์ไม่ถูกทำลายและยังหลงเหลืออยู่ในปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม การดื่มชาเขียงให้ได้ประโยชน์ดังกล่างข้างต้น ต้องดื่มในปริมาณสูงมากพอสมควรเชียวนะคะ ปริมาณพื้นฐานที่แนะนำต่างกันไปตามแต่ละวัตถุประสงค์ แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือ วันละ 3 แก้วเป็นอย่างต่ำ ซึ่งจะมีสารโพลีฟีนอลประกอบอยู่ 240-320 กรัมโดยประมาณ


อย่างไรก็ตาม ชาเขียวใช่จะมีแต่คุณประโยชน์เพียงด้านเดียว หากคุณผู้อ่านมีโรคประจำตัว หรือต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เนื่องจากมียาบางตัวที่ไม่ควรรับประทานร่วมกับชาเขียว เช่น Adenosine ยาในกลุ่ม Benzodia-zenpines ยาลดความดันกลุ่ม Beta-blocker, warfarin, and lithium เป็นต้น

 

 

ที่มา:  สวยสั่งได้ พญ.กุหลาบ จิตต์มิตรภาพ

 

 

 

 

 



www.Stats.in.th