You are here: Home Beauty Tips Blog คุณรู้จักผิวตัวเองดีแค่ไหน
คุณรู้จักผิวตัวเองดีแค่ไหน

คุณรู้จักผิวของตัวคุณเองดีแค่ไหน? สาวๆ บางคนมีสภาพผิวมัน บางคนมีผิวแห้ง บางคนก็มีผิวบอบบางแพ้ง่าย แล้วผิวของคุณล่ะ!?

เรื่องของความสวยความงามนั้นไม่เข้าใครออกใคร สาว ๆ ต่างต้องการเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวเพื่อประทินความงามให้แก่ตัวเองทั้งนั้น

แต่ก่อนที่จะเลือกเครื่องสำอางหรือจะตัดสินใจซื้อครีมบำรุงผิวเหล่านั้น คุณรู้จักสภาพผิวของตัวเองดีแค่ไหน เพราะถ้าหากเลือกใช้อย่างไม่ระมัดระวัง แทนที่จะสวย แต่กลายเป็นทำให้หน้าของเราพังได้


คุณมีผิวประเภทไหน...?


ในทางการแพทย์ได้แบ่งระดับของผิว ตามความสามารถในการกักเก็บความชุ่มชื้นของผิว ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 ระดับ

1.  ผิวแห้ง จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบน้อยกว่าผิวธรรมดา คือมีปริมาณน้ำอยู่ในเคอราติน น้อยกว่า 10% และอาจเกิดจาการที่ต่อมไขมันผลิตไขมันได้น้อย ทำให้ผิวสูญเสียน้ำออกไปมาก ผิวจึงแห้งตึงโดยเฉพาะบริเวณ รอบปาก รอบดวงตาจะเห็นรอยย่นเล็กๆได้ แต่หากผิวแห้งมากจะเห็นเป็นขุยหรือแตกได้  สำหรับผู้ที่มีผิวแห้งสามารถสังเกตได้จากผิวหน้าจะเป็นขุยได้ง่าย และแห้งตึงหลังล้างหน้าเสร็จใหม่ๆ  ข้อดีคือ รูขุมขนละเอียด ดูเรียบ ไม่หยาบ ไม่มันเยิ้ม และจะมีปัญหาเรื่องสิวเสี้ยนและสิวอุดตันน้อยกว่าผิวชนิดอื่น ผิวหน้าจะแลดูผ่องสะอาด แต่ข้อเสียสำคัญคือ มักมีริ้วรอยก่อนวัย โดยเฉพาะบริเวณผิวบอบบางเช่น รอบดวงตา

2.  ผิวผสม ผิวโดยทั่วไปมีลักษณะผสมระหว่าง ผิวมันบริเวณที-โซนหรือแถวหน้าผากและจมูก ต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่นจึงทำให้มีปัญหา เรื่องสิวได้  ส่วนผิวบริเวณแก้มทั้งสองข้างจะมีลักษณะผิวธรรมดาหรือผิวแห้ง   ปัญหาที่เกิดขึ้นกับผิวผสมคือ เนื่องจากเป็นผิวที่มีทั้งผิวแห้งและผิวมันรวมกัน ทำให้อาจมีปัญหาเรื่องสิวได้ง่ายที่บริเวณที-โซน และผิวแห้งตึงเป็นขุยหลังการล้างหน้าบริเวณแก้มทั้งสองข้าง

3.  ผิวธรรมดา ผิวธรรมดามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่ประมาณ 15-25% เป็นผิวที่มีความละเอียด ปริมาณไขมันที่พอเหมาะ มีความชุ่มชื่นและสดใส เป็นผิวที่ทุกคนปรารถนา ส่วนใหญ่แล้วพบในช่วงอายุก่อนวัยรุ่น ซึ่งยังไม่มีการผลิตฮอร์โมนเพศมากระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ผิวปกติจึงเรียบเนียน รูขุมไม่หยาบและไม่เป็นขุยง่าย เรียกได้ว่าผิวมีความยืดหยุ่นสูงไม่มีความมันเยิ้มบนใบหน้าและไม่แห้งตึง แม้กระทั่งหลังการล้างหน้าใหม่ ๆ ผิวปกติจึงมักไม่มีปัญหา


4.  ผิวมัน จะมีน้ำหล่อเลี้ยงพอๆ กับผิวธรรมดา แต่ลักษณะของผิวจะมีรูขุมขนที่กว้างกว่าปกติเนื่องจากต่อมไขมันจะมีการผลิต น้ำมัน และหลั่งออกมาอยู่ตลอดเวลา  ผิวลักษณะนี้จึงดูหยาบ ไม่เรียบสวย เกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวได้ง่าย  โดยเฉพาะในวัยรุ่นซึ่งฮอร์โมนเพศจะมีบทบาทมากในการกระตุ้น การทำงานของต่อมไขมัน  ดังนั้นจึงพบว่าวัยรุ่นเป็นสิวมากกว่าคนแก่ แต่ข้อดีของผิวมันคือจะไม่ค่อยพบเห็นริ้วรอยเหี่ยวย่นเหมือนกับคนผิวแห้ง   การเกิดปัญหาสิวหรือสิวเสี้ยนที่พบนั้น ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่สิว แต่เป็นลักษณะที่รูขุมขนขยายตัวและมีขนอ่อนแทรกขึ้น เมื่อแทรกหลายเส้นเข้าก็เกิดการรวมตัวของไขมันในบริเวณดังกล่าวจนแข็งเป็น เสี้ยนเล็กๆ สีดำ จึงเรียกกันว่าสิวเสี้ยน ซึ่งมักเกิดบริเวณ คาง และรอบปาก เป็นต้น


เอาละสาวๆ  ทีนี้ก็มาลองทดสอบกันดูว่า เรามีสภาพผิวเป็นแบบไหน

1. ทุกครั้งที่มีการล้างหน้าอย่างหมดจดแล้ว คุณรู้สึกอย่างไร

ก.   รู้สึกผิวหน้าแห้งและคันๆ
ข.  ชิลๆ สบายๆ สดชื่น
ค.  รู้สึกตึงๆ และยังหลงเหลือเงามันเฉพาะทีโซน
ง.  รู้สึกว่าหน้ายังมันๆ

2. ลองทารองพื้นไว้ซัก 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องลงแป้งทับ แล้วดูว่าผิวคุณมีสภาพเป็นอย่างไร

ก.  ผิวไม่เรียบ มีคราบรองพื้นฝังอยู่เป็นริ้ว ๆ ตามร่องแก้มหรือริ้วรอย
ข.  เรียบเนียน
ค.  เป็นมันวาวนิดๆ หรือเป็นมันเฉพาะทีโซน
ง.  หน้ามัน รองพื้นไหลเยิ้ม

3. ช่วงกลางวัน ถ้าไม่ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์หรือครีมกันแดด ผิวของคุณจะมีสภาพเป็นอย่างไร

ก.  แห้งเป็นขุย
ข.  ปรกติดี
ค.  รู้สึกตึงๆ
ง.  ผิวเงามันวาว

4. หลังจากทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ไปได้ 2-3 ชม. ผิวที่แก้มคุณมีสภาพเป็นอย่างไร

ก.  เป็นขุยๆ
ข.  เรียบเนียน
ค.  มันเฉพาะทีโซน
ง.  เป็นมันวาว หรือเป็นมันเยิ้ม

5. คุณรู้สึกอย่างไร เวลาใช้โทนเนอร์

ก.  ผิวหน้าตึงและระคายเคือง หรือแสบแดง
ข.  เย็นสบาย
ค.  ผิวหน้าตึง
ง.  รู้สึกผิวสะอาดสดชื่น แต่สักพักหน้าก็กลับมามันอีก



ทีนี้ลองมาเช็คคำตอบกันดูค่ะ...

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่คือ ข้อ ก. แสดงว่าคุณมีผิวแห้งและระคายเคืองง่ายค่ะ

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เป็น ข้อ ข. แสดงว่าคุณมีผิวธรรมดา

ถ้าคำตอบส่วนใหญ่เป็น ข้อ ค. แสดงว่าคุณมีผิวผสมจ้า

และถ้าคำตอบส่วนใหญ่เป็น ข้อ ง. แสดงว่าคุณมีผิวมันนั่นเองค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 



www.Stats.in.th