You are here: Home Forum

ยินดีต้อนรับ, ผู้เยี่ยมชม
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน.    ลืมรหัสผ่าน?

ผิวแตกลายงาหน้าหนาว ทำไงดี?
(1 viewing) (1) Guest
Go to bottomหน้า: 1
หัวข้อ : ผิวแตกลายงาหน้าหนาว ทำไงดี?
#1063
ผิวแตกลายงาหน้าหนาว ทำไงดี? 8 ปี, 7 เดือน ก่อน  
ย่างเข้าหน้าหนาวทีไร เห็นหลายคน โดยเฉพาะสาวๆ บ่นเรื่องผิวแตกลายงา บริเวณแขนและขาซึ่งมองเห็นด้ชัดเจน แถมบางคนใบหน้าเป็นขุย ปากแห้งแตกจนเลือดไหลซิบ จนถูกล้อด้วย "สักวาหน้าหนาว สาวขาแตก..."



เกี่ยวกับเรื่อง นี้ รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ฤดูหนาวความชื้นในอากาศลดลง อากาศแห้ง ลมแรง แดดจัด คนที่มีผิวพรรณแห้งอยู่แล้วหรือเป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม ผิวจะยิ่งแห้งแตกมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในคนที่เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม ผิวหนังจะไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ทำให้น้ำมันหล่อเลี้ยงผิวระเหยออกมาผิวหนังกลายเป็นเหมือนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ พอฤดูหนาวมาเยือนผิวพรรณจะแห้งแตกเหมือนลายงา มองเห็นชัดเจนกว่าฤดูอื่นๆ โดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าแข้ง

ส่วนลักษณะเด่นอื่นๆ ของคนที่เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรม คือ มีเส้นลายมือที่ชัดเจน มีส้นเท้าแตก มีตุ่มเหมือนขนคุดขึ้นบริเวณต้นแขน ขณะที่บางคนอาจเป็นโรคภูมิแพ้ร่วมด้วย

ฤดูหนาวนี้คนที่มีผิวแห้ง หรือเป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรมควรสวมใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด อาบน้ำพอประมาณ ไม่อาบนานจนเกินไป อย่าอาบน้ำอุ่นจัด ใช้สบู่ถูตัวให้น้อยลง ถ้าผิวแห้งมากๆ ไม่ไหวจริงๆ ก็ต้องทาครีม โลชั่น น้ำมันมะกอก ขี้ผึ้ง วาสลีน แต่หลายคนอาจไม่ชอบเพราะเหนอะหนะ โดยเฉพาะในตอนกลางวันก็แนะนำให้ทาก่อนนอนแทน

ที่บอกว่าไม่ควรอาบน้ำอุ่น หรือใช้สบู่ฟอกตัวจนเป็นฟองมากๆ เพราะจะไปชะล้างน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวออกไปหมด ยิ่งทำให้ผิวแห้งมากขึ้น พอผิวแห้งมากก็จะรู้สึกคัน พอคันก็จะอาบน้ำบ่อย ตอนที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ อาจจะรู้สึกหายคัน เนื่องจากตอนอาบน้ำจะเป็นการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง แต่ผิวหนังไม่สามารถจะเก็บน้ำได้ สักพักจะระเหยไป

หลายคนเชื่อว่าการดื่มน้ำมากๆ จะยิ่งทำให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก? รศ.พญ.พรทิพย์ กล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ดื่มน้ำมากก็ยิ่งปัสสาวะออกมาก ขอเรียนว่า ผิวหนังที่แห้ง ไม่ได้แห้งเพราะขาดน้ำ แต่เป็นเพราะหนังชั้นขี้ไคลเสื่อม ไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ได้ ทำให้แผ่นผิวหนังขี้ไคลที่ควรจะเรียบ แห้งแตก ดังนั้นไม่ว่าจะดื่มน้ำในปริมาณมากเพียงใดก็ไม่ได้ช่วยในเรื่องนี้

ส่วนปัญหาริมฝีปากแตกนั้น รศ.พญ. พรทิพย์ อธิบายว่า อาจมีสาเหตุมาจากผิวแห้ง เป็นโรคผิวแห้งโดยพันธุกรรมอยู่แล้ว ซึ่งการเลียริมฝีปากบ่อยๆ จะทำให้ปากแห้งแตกได้ สาเหตุของปากแตกอีกอย่างหนึ่ง คือ เกิดจากการระคายเคืองสารเคมี ที่มีอยู่ในยาสีฟัน หรือน้ำยาบ้วนปาก ถ้าใช้ยาสีฟันมากไปก็ทำให้ริมฝีปากแห้งได้

กรณีที่ปากแตกจากผิวแห้งก็อาจใช้ขี้ผึ้ง หรือวาสลีนทา แต่ถ้ามีสาเหตุจากสารเคมีก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยง เช่น ใช้ยาสีฟันในปริมาณที่เหมาะสม ไม่แปรงฟันนานจนเกินไป






ที่มา: ขอขอบคุณรศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน
สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
[email protected]
Administrator
กระทู้: 1188
graph
สมาชิกที่ไม่ได้ออนไลน์ Click here to see the profile of this user
เพศ: กุลสตรี poppy143@hotmail.com Birthday: 04/05
Last Edit: 2010/12/08 21:37 By [email protected]
The administrator has disabled public write access.
ขอบพระคุณที่ไว้วางใจ I-SPA

Admin
Sisters & Co.
T: 02-681 2603
M: 085-0888284
E: [email protected]
 
Go to topหน้า: 1
ผู้ดูแลบอร์ด: , [email protected]



www.Stats.in.th